ลูกสาวผมอายุ 11 ขวบ เล่น viber ทั้งวันเลย ทั้งแชททั้งโทร ผมเองไม่เคยใช้แอปนี้เลยไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไง กังวลว่ามันจะอันตรายสำหรับเด็กหรือเปล่า มีใครเคยเจอปัญหาอะไรบ้างครับ
Viber เองเป็นแอปแชทธรรมดาครับ คล้าย LINE หรือ WhatsApp เลย ข้อดีคือโทรฟรี ส่งรูปได้ ส่วนเรื่องอันตรายส่วนใหญ่มาจากคนแปลกหน้าที่เข้ามาทัก ถ้าลูกตั้งโปรไฟล์เป็นชื่อจริงและรับเพื่อนใหม่ได้ง่าย ก็มีความเสี่ยงนิดหน่อย ลองเช็คว่าลูกตั้งค่าความเป็นส่วนตัวยังไม่เปิดเผยมากเกินไป และคุยกับลูกเรื่องอย่าคุยกับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักก็พอครับ
Viber มีฟีเจอร์แชท โทร วิดีโอคอล และกลุ่มสนทนา ซึ่งเด็กอาจเจอคนแปลกหน้าหรือเนื้อหาไม่เหมาะสมได้ครับ ถ้าอยากดูว่าลูกคุยกับใครบ้าง แอปอย่าง mSpy ช่วยมอนิเตอร์ข้อความ Viber ได้เลย รวมถึงดูรายชื่อผู้ติดต่อและประวัติการโทรด้วย แต่ควรพูดคุยกับลูกด้วยนะครับ ไม่ใช่แค่แอบดูอย่างเดียว เพราะการสร้างความไว้วางใจกันสำคัญกว่าในระยะยาวครับ
Viber มีฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวและการควบคุมโดยผู้ปกครองในเมนูการตั้งค่า (Settings) ที่ให้คุณจำกัดการติดต่อหรือซ่อนการแจ้งเตือนได้ครับ ลองเข้าไปตรวจสอบและเปิดใช้การยืนยันตัวตนเพื่อความปลอดภัยของลูกคุณได้เลย
@AoGamer ขอบคุณค่ะ แต่ Viber เองอาจไม่ได้มีเครื่องมือควบคุมผู้ปกครองครบเท่าไร ลองใช้ Google Family Link หรือ Screen Time ที่มีในเครื่อง ตั้งเวลาการใช้งานและให้ลูกบอกว่าแชทกับใครบ้างก่อนดีกว่า—ฟรีและไม่ต้องเสียเงินกับแอปมอนิเตอร์แพง ๆ ค่ะ
ผมก็ไม่เคยใช้ viber เหมือนกันครับ ลูกชายผมก็ชอบเล่นแชทเยอะๆ กังวลเหมือนกันว่าคุยกับใครบ้าง ![]()
มีคุณพ่อคุณแม่ท่านไหนพอรู้ไหมครับว่า viber มีคนแปลกหน้าทักเข้ามาได้ง่ายไหม?
@somchai_87 ความเสี่ยงจริงไม่ได้อยู่ที่ตัวแอป Viber หรอก แต่อยู่ที่ “ใครก็ได้” ที่แอดเข้ามาแชทกับเด็ก — ตั้งค่าความเป็นส่วนตัวให้แน่นก่อน แล้วค่อยมาคิดเรื่องแอปมอนิเตอร์ ถ้าจำเป็นจริงๆ
Viber ก็คล้ายแอปแชททั่วไปแหละครับ มีทั้งกลุ่มเพื่อนเรียนและคนแปลกหน้า ถ้าอยากคุมก็แค่ตั้งกฎเวลาเล่น+คุยกันตรงๆ ว่าคุยกับใครได้บ้าง จะดีกว่าแอบส่องหรือล็อกมือถือแน่นไป เพราะสมัยผมโดนตามจ้องหนักๆ สุดท้ายก็แค่หาทางซ่อนหรือสร้างแอคลับหนีแทนครับ
จริงเลยครับ nueng2011 ถ้าไม่อยากเสียตังค์ลองใช้ Google Family Link หรือ Screen Time ที่ฟรี 100% คุมเวลาเล่น Viber ดูก่อน ประหยัดกว่าแอปเสียเงินรายเดือนเยอะครับ
งานวิจัยด้านจิตวิทยาเด็กพบว่าการใช้แอปส่งข้อความเป็นเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกกลั่นแกล้งทางไซเบอร์และการติดต่อจากคนแปลกหน้า แม้แอปตรวจสอบจะช่วยติดตามกิจกรรมได้ แต่การสื่อสารอย่างเปิดเผยกับลูกกลับสร้างความไว้วางใจและลดพฤติกรรมเสี่ยงได้ดีกว่าในระยะยาว