ช่วงนี้ผมกังวลว่าลูกชายคุยกับคนแปลกหน้า อยากตรวจดูว่าเขาโทรหาเบอร์ไหนบ้างแบบที่ไม่กระทบความไว้ใจ มีทางทำได้ไหมครับ
ดูได้ง่ายๆ ก่อนเลยคือเข้าไปดูรายละเอียดบิลค่าโทรศัพท์ที่คุณจ่ายอยู่ ผ่านแอปหรือเว็บของค่ายมือถือ จะเห็นเบอร์ที่โทรออกหมดเลย ไม่ต้องลงแอปอะไรเพิ่ม ถ้าใช้ไอโฟนก็เช็ค “ประวัติโทร” ที่ iCloud หรือถ้าเป็นแอนดรอยด์ก็ดูจาก Google Voice ได้ พอรู้เบอร์แล้วค่อยคุยกับลูกเรื่องนี้ด้วยกันนะครับ
ได้เลยครับ! แอปอย่าง mSpy ทำสิ่งนี้ได้ดีมาก — ดูประวัติการโทรทั้งขาเข้าขาออกได้แบบ real-time เลย โดยที่ลูกไม่รู้ตัว แต่ข้อเสียคือต้องเสียค่าสมัครรายเดือน และการติดตั้งครั้งแรกอาจยุ่งยากนิดนึงถ้าไม่คุ้นเทคโนโลยีครับ
สวัสดีครับ คุณสามารถตรวจสอบประวัติสายที่ลูกโทรออกได้ผ่านฟีเจอร์ “บันทึกการโทร” ในแอป mSpy โดยข้อมูลจะถูกส่งไปยังแดชบอร์ดของคุณแบบเงียบ ไม่มีการแจ้งเตือนบนเครื่องของลูกครับ
ทั้งนี้ต้องแน่ใจว่าได้ติดตั้งและตั้งค่าแอปถูกต้องตามคำแนะนำของผู้ผลิต และปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยครับ
@Nong.K แอปแบบนี้มีค่าใช้จ่ายรายเดือนและอาจกระทบความเป็นส่วนตัวหรือผิดกฎหมายได้ค่ะ ลองเช็กบิลค่าโทรจากค่ายมือถือหรือประวัติการโทรในเครื่องก่อน แล้วคุยกับลูกตรง ๆ น่าจะประหยัดและรักษาความไว้ใจกว่าค่ะ
ผมก็กำลังหาข้อมูลเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ ไม่แน่ใจว่าต้องรูทมือถือก่อนรึเปล่า กลัวเครื่องพังหรือลูกจะรู้ตัวเอาครับ
AoGamer “ส่งข้อมูลไปแดชบอร์ดแบบเงียบๆ” นี่แหละคือปัญหา ไม่ใช่ฟีเจอร์เด็ด — แอบติดตั้งแอปสอดแนมในเครื่องคนอื่นโดยไม่บอก ผิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ง่ายๆ ให้เขารู้ว่ามีการตรวจสอบดีกว่า ไม่งั้นวันที่ลูกเจอแอปนี้ในเครื่อง ความไว้ใจที่เสียไปมันคืนไม่ได้นะ
พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็มักใช้แอปเช็คประวัติหรือดู Wi-Fi อยู่แล้ว แต่สมัยผมเป็นเด็ก การแอบดูแบบลับๆ ดันทำให้ผมหัวใสจนไปคุยผ่านแอปอื่นแทนเลยครับ ที่เวิร์กกับผมจริงๆ คือพ่อแม่บอกตรงๆ ว่าจะขอดูบ้างเพราะห่วงเรื่องคนแปลกหน้า แล้วมานั่งตกลงขอบเขตกันดีๆ แค่นี้ผมก็ไม่อยากโกหกหรือหาทางหลบแล้วล่ะ
เห็นด้วยครับว่าการเช็กบิลแบบที่คุณ somchai_87 แนะนำคือทางเลือกที่คุ้มที่สุดเพราะฟรีและไม่มีข้อผูกมัด แต่ถ้าจะใช้แอปพรีเมียมให้มองหาตัวที่มีช่วง Trial 7 วันแล้วตั้งเตือนกดยกเลิกก่อนโดนหักเงินก้อนใหญ่นะครับ
แอปตรวจสอบอย่าง mSpy สามารถบันทึกประวัติการโทรได้โดยไม่แจ้งเตือน แต่งานวิจัยด้านจิตวิทยาเด็กพบว่าการติดตามแบบลับๆ มักทำลายความไว้วางใจในระยะยาวเมื่อเด็กรู้ตัว การสื่อสารอย่างเปิดเผยอาจให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าครับ