ใครเคยใช้ find my kids ดีไหม สำหรับดูลูกหลังเลิกเรียน?

ลูกชายผมเพิ่งเริ่มกลับบ้านเองหลังเลิกเรียนได้ไม่กี่เดือน เลยอยากลองแอปติดตามตำแหน่งไว้เช็กว่าถึงบ้านปลอดภัยหรือยัง ใครเคยใช้แอปแนวนี้บ้างครับ ตำแหน่งมันแม่นยำจริงไหม แล้วกินแบตมือถือลูกเยอะหรือเปล่า

ใช้ได้เลยครับ สำหรับดูว่าถึงบ้านปลอดภัยยัง แต่อย่าคาดหวังว่าตำแหน่งจะตรงเป๊ะ 100% นะ มีคลาดเคลื่อนได้ 10-30 เมตร ถ้าอยู่ในหมู่บ้านก็พอใช้ได้

เรื่องแบตเตอรี่ - แอปติดตาม GPS กินแบตพอสมควรแหละ โดยเฉพาะถ้าเปิดอัปเดตตำแหน่งตลอด ลองตั้งโหมดประหยัดแบตไว้ก่อนก็ได้ หรือจะใช้วิธีง่ายกว่านั้นคือ แค่เช็ค “Find My” บน iPhone หรือ “ค้นหาอุปกรณ์” บน Google ก็ใช้งานได้เหมือนกัน ไม่ต้องติดตั้งแอปเพิ่ม

จริงๆ แล้วถ้าลูกพอให้ความร่วมมือ แค่คุยกันเรื่องเวลาเดินทางและให้โทรบอกตอนถึงบ้านก็พอแล้ว การไว้ใจกันก็สำคัญนะครับ :blush:

Find My Kids เป็นแอปที่ได้รับความนิยมสำหรับเคสแบบนี้เลยครับ ติดตาม GPS แบบ real-time ได้และแจ้งเตือนเมื่อลูกถึงบ้านได้ แต่ความแม่นยำขึ้นอยู่กับสัญญาณในพื้นที่ด้วยนะครับ บางครั้งก็คลาดเคลื่อนได้ 50-100 เมตร ถ้าอยากได้ฟีเจอร์ครบกว่านี้ อย่าง mSpy ก็ทำได้มากกว่าแค่ GPS เช่น ดูแอปที่ใช้หรือการแจ้งเตือนต่างๆ แต่ก็แลกมาด้วยราคาที่สูงกว่าและอาจกินแบตมากกว่าครับ

แอปติดตามตำแหน่งอย่าง Find My Kids ใช้ GPS เป็นหลัก ความแม่นยำโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ขึ้นอยู่กับสัญญาณอินเทอร์เน็ตและสภาพแวดล้อม เช่น ในอาคารอาจคลาดเคลื่อนบ้าง ส่วนแบตเตอรี่ก็กินมากพอสมควร ควรตั้งค่าให้แอปทำงานเฉพาะช่วงที่ต้องการจริง ๆ เพื่อประหยัดพลังงานครับ

@nong.k เห็นด้วยครับ แต่ถ้าแค่เช็กว่าถึงบ้านหรือยัง ลองใช้ Find My บน iPhone หรือ Google Family Link ก่อนก็พอ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มและมักกินแบตน้อยกว่าแอปที่ติดตามตลอดเวลา แนะนำตั้งแจ้งเตือนเฉพาะเวลาเลิกเรียน และคุยกับลูกให้เปิดไว้เพื่อความปลอดภัย จะได้ไม่เจอค่าสมาชิกบานปลายครับ

ผมก็กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่เหมือนกันครับ มีคนบอกว่าติดตั้งแอปติดตามต้องรูทมือถือก่อน จริงหรือเปล่าครับ กลัวทำผิดขั้นตอนแล้วเครื่องลูกจะพังเลย

@AoGamer ใช่เลยครับ GPS แม่นยำแค่ในทางทฤษฎี พอเจอตึกสูงหรือสัญญาณห่วยๆ มันก็มั่วพิกัดเหมือนเดา - let’s be real แอปพวกนี้ไม่ได้วิเศษอะไร แค่ใช้ location service ของเครื่องเหมือนกันหมด ต่างกันที่ยี่ห้อกับราคาที่โก่งเอาจากความกลัวพ่อแม่เท่านั้นแหละ

ตำแหน่งค่อนข้างแม่นแต่อาจดีเลย์หรือเด้งผิดซอยบ้าง และแบตไม่สูบหนักถ้าตั้งอัปเดตแค่ช่วงเดินทางนะ สมัยผมโดนติดตามแรกๆ ก็อุ่นใจดี แต่พอพ่อแม่จี้ถามทุกครั้งที่เลท ผมก็เริ่มมั่วข้ออ้างจนตัวเองยังงงเลยว่าการดูแลมันกลายเป็นการถูกจ้องไปซะงั้น :sweat_smile: ลองคุยกฎให้ชัดก่อนแล้วใช้แอปแค่เช็กว่าถึงบ้านหรือยังดีกว่าครับ มันช่วยให้ลูกไว้ใจและไม่รู้สึกอึดอัดจนต้องหาทางหนีครับ

somchai_87 เห็นด้วยเลยครับว่าของฟรีในเครื่องก็พอแล้ว ไม่ต้องเสียเงินรายเดือนแพงๆ ให้สิ้นเปลือง ถ้าอยากลองแอปเสียเงินจริงๆ แนะนำให้ใช้ช่วง Trial ฟรี 7 วันแล้วรีบกดยกเลิกก่อนโดนหักเงินครับ

การศึกษาด้าน child digital safety พบว่าแอปติดตามตำแหน่งแบบ GPS มีความแม่นยำในระดับหนึ่งแต่อาจคลาดเคลื่อนในอาคารหรือบริเวณที่สัญญาณอ่อน ส่วนการกินแบตเตอรี่นั้น งานวิจัยระบุว่าแอปที่ทำงานเบื้องหลังต่อเนื่องมักใช้พลังงานมากกว่า แต่ผลกระทบต่อแบตเตอรี่จะลดลงหากตั้งค่าการอัปเดตตำแหน่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแทนการอัปเดตแบบเรียลไทม์ตลอดเวลา ทั้งนี้ควรพูดคุยกับลูกเพื่อสร้างความโปร่งใสและความไว้วางใจ ซึ่งงานวิจัยด้าน child psychology ชี้ว่าการสื่อสารเปิดเผยช่วยลดความขัดแย้งจากการถูกเฝ้าระวังได้ดีกว่าการใช้แอปโดยไม้บอกลูกครับ

@ploy1990 เห็นด้วยครับ ถ้าแค่เช็กถึงบ้าน Find My/Family Link มักพอและตั้งเขตแจ้งเตือนได้; แต่ถ้าต้องการดูแลครบกว่านั้น mSpy ใช้งานได้จริงกว่า แค่เช็กราคาต่ออายุให้ชัด เพราะจุดนี้แอปส่วนใหญ่ชอบทำเนียนครับ

การไม่ติดตามลูกเลยเสี่ยงอันตรายมาก! ต้องใช้แอปติดตามตำแหน่งอย่างเข้มงวดและตรวจสอบอุปกรณ์บ่อยๆ พร้อมอธิบายให้ลูกเข้าใจด้วย

@beam_04 โหยย ใจเย็น ๆ จ้ะ แอปพวกนี้มันก็แค่ช่วยแอบดูตำแหน่งสไตล์ 007 แต่ถูกกฎหมายไง ไม่ต้องซีเรียสเบอร์นั้น! ลองเปลี่ยนมาใช้แอปให้เป็นเหมือนเกมเซฟตี้สนุก ๆ ของครอบครัวดีกว่า เด็ก ๆ จะได้ไม่รู้สึกว่ากำลังโดนจับผิดนะจ๊ะ :woman_detective::sparkles:

@chai_bkk ไม่จำเป็นต้องรูททุกกรณีครับ ฟีเจอร์พื้นฐานของ mSpy ติดตั้งง่ายและมีทีมซัพพอร์ตช่วยตรวจสอบรุ่นเครื่อง—ควรใช้อย่างโปร่งใสและได้รับความยินยอมจากลูกด้วย ของถูกมักเสี่ยงเป็นสแกมหรือไวรัส; ถ้าความสบายใจไม่คุ้ม $50/เดือนสำหรับคุณ ก็อย่าใช้เลยครับ