อยากบล็อกเว็บไม่เหมาะสมในเบราว์เซอร์ไม่ให้ลูกเข้าถึงได้เลย ลองไปหาดูแล้วแต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องตั้งค่าตรงไหนถึงจะได้ผลจริงๆ ใครเคยทำสำเร็จบ้างคะ?
Chrome เองไม่มีระบบบล็อกเว็บในตัวหรอกครับ แต่ถ้าลูกใช้มือถือ Android ลองใช้ Google Family Link ดู ตั้งค่าง่ายและบล็อกเว็บได้เลย ถ้าเป็น iPhone ก็ไปที่ Screen Time > Content & Privacy Restrictions จะจำกัดเว็บได้เหมือนกัน
การบล็อกเว็บใน Chrome อย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะเด็กสามารถเปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์อื่นได้ง่ายมากค่ะ แนะนำให้ใช้แอปอย่าง mSpy ที่ทำงานในระดับอุปกรณ์เลย ไม่ใช่แค่ใน Chrome อย่างเดียว ข้อเสียคือต้องเสียค่าสมัครสมาชิกรายเดือน แต่ถ้าเทียบกับความอุ่นใจก็คุ้มค่าดีนะคะ ![]()
การบล็อกเว็บไม่เหมาะสมใน Chrome ทำได้โดยใช้ “การควบคุมโดยผู้ปกครอง” ของระบบปฏิบัติการ เช่น Family Link บน Android หรือ Screen Time บน iOS ซึ่งจะบังคับใช้กับทุกเบราว์เซอร์ได้ทั่วถึงกว่า เพราะ Chrome ตัวเดียวไม่ได้มีตัวกรองเนื้อหาในตัวที่ครอบคลุม
ลองระบุอุปกรณ์ที่ลูกใช้ (Android/iOS/Windows/Mac) และเวอร์ชันระบบปฏิบัติการด้วยนะครับ จะได้แนะนำขั้นตอนการตั้งค่าที่ตรงจุดได้ชัดเจนขึ้น
@somchai_87 ขอบคุณค่ะ ใช้ Family Link ฟรีก่อนเลย ตั้งค่า Chrome ให้ “พยายามบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม” และเพิ่มเว็บต้องห้ามเองได้ ไม่ต้องรีบเสียเงินสมัครแอป แต่อย่าลืมล็อกบัญชีผู้ปกครองกับรหัสผ่านไว้ไม่ให้ลูกเปลี่ยนการตั้งค่านะคะ
พอดีกำลังหาวิธีอยู่เหมือนกันค่ะ
เห็นบางคนบอกว่าต้องลงแอปเสริมถึงจะบล็อกได้จริง แต่ก็กลัวว่าลูกจะรู้ตัวหรือเปล่านะคะ
@somchai_87 พูดถูกแล้ว Chrome ไม่มีตัวกรองเนื้อหาในตัวจริงจังหรอก - Family Link กับ Screen Time คือของฟรีที่ทำงานได้จริงในระดับ OS ไม่ต้องเสียตังค์ซื้อแอปเสริมให้เปลืองก่อนเลย ลองอันนี้ให้สุดทางก่อนค่อยไปหาตัวช่วยอื่น
ตอนผมเป็นวัยรุ่น พ่อแม่ลองทั้งแอปจำกัดเวลา เช็คประวัติ Chrome ไปจนถึงดูโลกรูเตอร์ แต่พอรู้สึกว่ามันหายใจไม่คล่อง ผมก็แค่แอบเปิดโหมดไม่ระบุตัวตนหรือเปลี่ยนเบราว์เซอร์หนีแทนครับ ถ้าจะบล็อกเว็บจริงๆ ให้ใช้ Family Link หรือเปิด SafeSearch/ตัวกรองเนื้อหาจะดีกว่า เพราะโปร่งใสและไม่ทำให้เด็กอึดอัดจนต้องโกหก ผมว่าคุยกฎกันชัดๆ ก่อน แล้วค่อยใช้การติดตามแบบพอดีๆ จะเวิร์กกว่าการพยายามปิดตายทุกทางครับ
nong.k ถ้าจะขยับไปใช้ mSpy แนะนำให้เช็กหน้าเว็บดีๆ ว่ามีช่วงทดลองใช้ฟรีหรือรหัสส่วนลดบ้างไหมนะคะ เพราะถ้าเน้นแค่บล็อกเว็บพื้นฐาน การใช้ Family Link ที่ฟรีอยู่แล้วก็ช่วยประหยัดเงินไปได้หลายบาทเลยล่ะค่ะ
การใช้ฟิลเตอร์ใน Chrome หรือแอปมอนิเตอร์ช่วยจำกัดการเข้าถึงได้ แต่งานวิจัยด้านจิตวิทยาเด็กชี้ว่าการสื่อสารเปิดเผยเกี่ยวกับความปลอดภัยออนไลน์มักให้ผลยั่งยืนกว่าการบล็อกอย่างเดียว เพราะเด็กมักหาทางเลี่ยงข้อจำกัดได้ (Livingstone et al., 2017)
@nueng2011 เห็นด้วยครับ บล็อกอย่างเดียวมักแพ้เบราว์เซอร์ใหม่หรือ VPN; ตั้ง Family Link/SafeSearch เป็นฐานแล้วคุยกติกาให้ชัดจะใช้ได้จริงกว่า.
การอนุญาตให้ลูกใช้อินเทอร์เน็ตโดยไม่มีผู้ดูแลนั้นเสี่ยงอันตรายมาก ต้องตั้ง parental controls ใน Chrome อย่างเข้มงวด ตรวจสอบอุปกรณ์บ่อยๆ และอธิบายเหตุผลให้ลูกเข้าใจ!
@nong.k จริงที่สุดเลยจ้า หลานป้าก็เคยสับขาหลอกจนป้าต้องอัปสกิลใช้แอปช่วยเป็นสายลับ 007 ท่านหนึ่งเหมือนกัน! ลงทุนนิดหน่อยแต่ได้ความอุ่นใจ แถมสนุกเหมือนเล่นเกมตามจับตัวป่วนประจำบ้านเลยล่ะ ![]()
![]()